อันตรายจาก ครีมหน้าขาว ที่มีส่วนผสมไร้คุณภาพ !!!

ในตอนนี้ครีมหน้าขาวมีวางจำหน่ายตามท้องตลาดมากมาย รวมถึงมีขสยตามร้านค้าออนไลน์ จึงทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่ในความมากขึ้นนี้ จำเป็นต้องคิดให้ดีก่อน เพราะปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ไร้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานเกิดขึ้นมากมาย ใครอยากทำครีมขายก็ทำได้ ไม่สนใจเรื่องส่วนผสม ขอแค่ ขายให้ได้กำไร โดยที่อาศัยคำโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณแสนวิเศษให้เราคล้อยตาม สุดท้ายพอซื้อครีมหน้าขาวมาใช้จริง กลับไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวัง หนำซ้ำยังเกิดอันตรายต่อผิวแสนบอบบางอย่างที่ได้เห็นในข่าวหน้าหนึ่งอยู่บ่อยๆ
ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกใช้ ครีมหน้าขาว ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับส่วนผสมอันตรายเสียก่อน อย่าพึ่งรีบด่วนตัดสินใจและหลงเชื่อไปกับคำโฆษณา
มาดูกันว่าสารต้องห้ามในครีมหน้าขาวและเครื่องสำอางค์อื่นๆ มีอะไรบ้าง
1.ปรอทแอมโนเนีย
ปรอทแอมโมเนียทำให้หน้าขาวขึ้นได้จริงในระยะเวลาอันรวดเร็ว สารชนิดนี้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังได้ง่าย แต่ะจะเข้าไปรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือโดยการจับกับไอออนทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้างเมลานิน หรือยับยั้งการสร้างเม็ดสีชนิดเข้มพิษเฉียบพลันนั่นเอง ผลที่เห็นได้ชัดคือ สิวเห่อ หน้าบวมแดง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มีแผลในปาก ไตวาย ถ่ายเป็นเลือด ส่วนพิษเรื้อรังคือ ผิวด่าง-ดำ ทำให้สมอง ตับ และไตผิดปกติ เกิดภาวะเลือดจาง เลือดออกง่าย
2.ไฮโดรควิโนน
ไฮโดรควิโนน เคยเป็นสารที่นิยมใช้กันมากในครีมป้องกันฝ้า ความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 2-4 สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานินเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เนื้อเยื่อภายในผิวหนังเกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางค์แล้ว โดยปกติสารไฮโดรควิโนนพบได้ในคลินิกโรคผิวหนังหรือโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อใช้ในการรักษาฝ้า

ข้อสังเกตครีมหน้าขาวที่เป็นอันตราย
ก่อนอื่นควรดูว่า ครีมหน้าขาวที่เราจะเลือกใช้นั้นมีชื่อเสียงหรือไม่ (ในเชิงบวก) เพราะครีมหน้าขาวมีจำหน่ายกันเยอะมากจนนับไม่ถ้วน แต่หากแบรนด์นั้นๆสร้างความเชื่อถือได้ ถือเป็นการยืนยันได้ว่าสินค้ามีคุณภาพดี นอกจากนี้ยังควรพิจารณาข้ออื่นๆ ด้วย
ครีมหน้าขาวหากมีผสมสารปรอทประมาณ 8% ถือว่าสูงมาก โดยเราสามารถทดสอบได้ด้วยการนำครีมหน้าขาวที่ผสมปรอทหรือไฮโดรควิโนนในปริมาณสูงดังกล่าวมาใช้ทาบนกระดาษ หากสีเข้มเปลี่ยนเป็นสีอ่อนได้ใน 24 ชั่วโมงแสดงว่าไม่ปลอดภัย เพราะปกติครีมหน้าขาวที่ไม่เป็นอันตรายจะใช้เวลาประมาณ 7-14 วันในการเปลี่ยนสีของกระดาษ นั้น ครีมหน้าขาวและหน้าใสหลายยี่ห้อผสมสเตียรอยด์ลงไปด้วย เพราะสเตียรอยด์ให้ผลในด้านการลดผดผื่น และทำให้หน้าเรียบเร็ว ไม่ถึง 1 สัปดาห์หน้าจึงขาวใสและเรียบอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ หากนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายมาตั้งทิ้งไว้สักประมาณ 1 เดือน จะเริ่มสังเกตเห็นลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนไป ได้แก่ ครีมจะเปลี่ยนเป็นสีเทา สีคล้ำๆ หรือเหมือนน้ำเน่า เกิดการแยกชั้นของครีม และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้จะเปื่อยและผุ
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ประกอบการหัวใสบางรายได้นำเอาส่วนผสมที่ดีไปผสมกับสารปรอท ไฮโดรควิโนน และสเตียรอยด์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะส่วนผสม Whitening ที่มีคุณภาพ อย่างเช่น  Alpha-arbutin นั้น มีราคาสูง ต้นทุนจึงแพงขึ้น ซึ่งเมื่อโจทย์ของผู้บริโภคคือต้องการของถูกและเห็นผลเร็ว จึงเป็นช่องว่างให้ผู้ประกอบการเหล่านี้กระทำการดังกล่าว ที่สำคัญคือหลายยี่ห้อนำส่วนผสมที่ใช้มาจากประเทศจีนแต่กลับเขียนฉลาก Made in USA
และยังมีอีกตัวที่ต้องระวังคือ ครีมกวนมือ ซึ่งเป็นครีมที่ผู้ประกอบการซื้อครีมจากแหล่งต่างๆ แล้วนำมาผสมเอง โดยไม่ได้ควบคุมคุณภาพ พูดง่ายๆคือไม่มีมาตรฐานนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่มักจะสังเกตเห็นได้คือ เมื่อทิ้งไว้นานสัก 1 เดือน ครีมจะแยกน้ำแยกเนื้อ และบรรจุภัณฑ์สีเปลี่ยนหรือผุกร่อน ดังนั้น เวลาซื้อ ครีมหน้าขาว เหล่านี้มาใช้ ต้องถามแม่ค้าด้วยว่า ใช้เองหรือไม่ ผลิตจากที่ไหน เก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ เพราะถ้าเป็นครีมคุณภาพดีจะเก็บไว้ได้หลายปี

cherrypick ครีมที่ใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพ และ ล้ำในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

Comments

comments